หน้าแรก     สินค้า     เว็บบอร์ด     เกี่ยวกับเรา     บทความ     วิธีการชําระเงิน     ติดต่อเรา  
เข้าสู่ระบบ!!    ภาษาไทย | English
ค้นหา:
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 22/04/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 12/10/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 36


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (36)
 ใบรับรองมาตรฐานบริษัท
 กระบวนการทำงานของบริษัท
 ชุดเครื่องเทศพร้อมปรุงอบแห้ง ตรา Thank Thai
 Dried Herbs,Vegetables and Spices
 ชาสมุนไพร
 ผลไม้อบแห้ง
 สมุนไพรแคปซูล ตรา จุฬามณี



กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

เว็บลิงค์
สมุนไพร
.facebook.com/profile.
ช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ที่สุดในไทย
ชมรมกัลยาณธรรม
ทำดี
ผู้จัดการออนไลน์
คนดีดอทคอม
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
เนชั่นแชนแนล
กะปุก
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มูลนิธิวิปัสสนาเชียงใหม่
เรือนธรรม
ชีดีธรรมะ
พระไทย.เน็ต
สวดมนต์.คอม
ศูนย์พิทักษืพระพุทธศาสนา
พุทธทาส.คอม
วัดร่ำเปิง ตโปทาราม
วัดมหาธาตุ คณะ 5
วิธีเจริญวิปัสสนาสติปัฏฐาน4



   https://www.youtube.com/watch?v=V1SOutgGxv0&feature=youtu.be
  คลิปแนะนำบริษัทครับ
คลิก ที่เบนเนอร์รูปบริษัท 

https://m.facebook.com/profile.php?id=1622085938010155


รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> สมุนไพรแคปซูล ตรา จุฬามณี >> ปัญจขันธ์(เจียวกู่หลาน) ชนิดแคปซูล Jiaogulan

ปัญจขันธ์(เจียวกู่หลาน) ชนิดแคปซูล Jiaogulan - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ปัญจขันธ์(เจียวกู่หลาน) ชนิดแคปซูล Jiaogulan






  Tell a Friend
ปัญจขันธ์(เจียวกู่หลาน) ชนิดแคปซูล Jiaogulan - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

ปัญจขันธ์(เจียวกู่หลาน) ชนิดแคปซูล Jiaogulan

รหัสสินค้า: 000058
ราคาปกติ 500.00 บาท
ราคาพิเศษ 390.00 บาท
ประหยัด 110.00 บาท
รายละเอียด:

ราคาขายปลีก 500 บาท ต่อ 1 ขวด

 

ลดพิเศษ เหลือ 390 บาท

 

ปัญจขันธ์
กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ


ปัญจขันธ์ พืชล้มลุกชนิดเถาเลื้อยที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมีในประเทศไทย อยู่ในวงศ์แตงแต่คนไทยเพิ่งจะเริ่มปลูกและให้ความสนใจเมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่คนจีนในภาคใต้ของประเทศนำปัญจขันธ์มาบำรุงร่างกายกันนานแล้วโดยคน จีนรู้จักกันดีในชื่อ เจียวกู่หลาน หรือเซียนเฉ่า (สมุนไพรอมตะ) และเริ่มแพร่หลายเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๓ มีชื่อญี่ปุ่นว่า อะมาซาซูรู แปลว่าชาหวานจากเถา

มีงานวิจัย สมุนไพรนี้จากประเทศจีนและญี่ปุ่นจำนวนมากพบว่ามีสารสำคัญที่เรียกว่า สารกลุ่มจิปพีโนไซด์ ซึ่งเป็นสารประเภทไตรเทอร์ฟีนซาโพนินที่มีสูตรโครงสร้างคล้ายสารกลุ่มจิ นเซนโนไซด์ที่พบในโสมที่งๆ ที่พืชทั้ง ๒ ชนิด ไม่มีความสัมพันธ์กัน โดยสารจิปพีโนไซด์ที่พบในปัญจขันธ์มีมากกว่า ๘๐ ชนิด

โดยมี ๔ ชนิด ที่เหมือนกับที่มีในโสม และอีก ๑๑ ชนิดมี สูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกับจินเซนโนไซด์ มีรายงานวิจัยในนห้องปฏิบัติการในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง

ฤทธิ์ของสารจิปพีโนไซด์ในปัญจขันธ์ หรือสารสกัดปัญจขันธ์
• ต้านอนุมูลอิสระ
• ลดระดับไขมันในเลือด
• เสริมภูมิคุ้มกัน
• ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งบางชนิด
• ยับยั้งการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด
• ต้านอักเสบ
• ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีการพบสารซาโพนิน ชื่อฟาโนไซด์ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน
• ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารในหนูที่เดจากการกระตุ้นด้วยการให้แอลกอฮอล์ กับกรดเกลือหรือจากยาต้านอักเสบอินโดเมทาซิน หรือจากการกระตุ้นให้หนูเกิดความเครียด
• กระตุ้นการหลั่งไนตริกออกไซด์จากเซลล์ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัว
• ป้องกันการเกิดพิษต่อตับของสารที่เป็นพิษต่อตับ เช่น พาราเซตามอล คาร์บอนเตตราคลอไรด์

สำหรับ การวิจัยทางคลินิกนั้น จีนจึงได้ศึกษาวิจัยประสิทธิผลของปัยจขันธ์ต่อระบบภูมิค้มกันในผู้ป่วย มะเร็งที่ได้รับการผ่าตัดและได้รับเคมีบำบัดรวมทั้งฉายแสง พบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาต้มปัญจขันธ์ ขนาด ๓๐ กรัม/วัน นาน ๓ สัปดาห์ มีการแบ่งตัวของลิมโฟไซต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับกลุ่มที่ได้รับสมุนไพรกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกชนิดหนึ่ง คือ ราก Radix Astragaliseu Hedysai (Huangqi)

นอกจากนี้ จากการวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีและเคมี บำบัด พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับปัญจขันธ์มีการพยากรณ์โรคดีกว่า คือมีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งช้ากว่า และมีอายุยืนกว่า

ใน ประเทศญี่ปุ่นและจีน ได้จดสิทธิบัตรของสารสกัดปัญจขันธ์เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลายชนิด ได้แก่ เครื่องสำอางบำรุงผิว ผม หนังศรีษะ ผลิตภัณฑ์กระตุ้นการเจริญของผม เครื่องดื่มหรือชาสมุนไพร อาหารสุขภาพ ยาทาลดความอ้วนอาหารช่วยลดไขมันในเลือด สารสกัดช่วยกระตุ้นการเจริญของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ และสารจิปพีโนไซด์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิด เป็นต้น

สำหรับ ประเทศไทยในส่วนของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สถาบันการแพทย์ไทย-จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีโครงการความร่วมมือกับประเทศจีน ในการนำสมุนไพรจีนมาทดลองปลูกในประเทศ ผลการศึกษาในเบื้องต้นพบว่าปัญจขันธ์สายพันธ์ของจีนมีสารสำคัญสูงกว่าสาย พันธุ์ของไทย ซึ่งตรงกับผลการวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่พบว่าพันธุ์จากจีนมีสารสำคัญ มากกว่าพันธุ์โครงการหลวงอ่างขาง ซึ่งจะได้มีการขยายพันธุ์ต่อไป

สำหรับ สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ศึกษาวิจัยสมุนไพรปัญจขันธ์พันธุ์ของไทยทางพฤกษ เคมีเพื่อพัฒนาวิธีตรวจวิเคราะห์คุณภาพ และศึกษาพบว่าปัญจขันธ์มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ HIV-1 protease และได้ศึกษาพิษเรื้อรังของสารสกัดด้วยน้ำของปัญจขันธ์ในขนาด ๖, ๓๐, ๑๕๐ และ ๗๕๐ มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน ในหนูขาว ๖ เดือนแล้ว พบว่ามีความปลอดภัย ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยในผู้ติดเชื้อ HIV

“ปัญจขันธ์” มีชื่อจีนว่า “เจียวกู่หลาน” (Jiaogolan) หรือ ซีแย่ตั่น เซียนเฉ่า มีคำแปลเก๋ๆ ว่า สมุนไพรอมตะ และมีชื่อญี่ปุ่นว่า อะมาซารู (ชาหวานจากเถา) ฟากตะวันตกเขาก็มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษหลายชื่อ เช่น Miracle grass (หญ้ามหัศจรรย์) หรือ Southern ginseng (โสมภาคใต้) หรือ 5-Leaf ginseng (โสมห้าใบ) ดังนั้น “ปัญจขันธ์” จึงนับว่าเป็นหญ้าสารพัดชื่อที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ปัญจขันธ์ พืชล้มลุกชนิดเถาเลื้อยที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมีในประเทศไทย อยู่ในวงศ์แตง แต่คนไทยเพิ่งจะเริ่มปลูกกันและให้ความสนใจเมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่คนจีนในภาคใต้ของประเทศนำปัญจขันธ์มาบำรุงร่างกายกันนานแล้ว โดยคนจีนรู้จักกันในชื่อ เจียวกู่หลาน หรือ เซียนเฉ่า (สมุนไพรอมตะ) และเริ่มแพร่หลายเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.๒๕๑๓ มีชื่อญี่ปุ่นว่า อะมาซาซูรู แปลว่า ชาหวานจากเถา

มีงานวิจัยสมุนไพรนี้จากประเทศจีนและญี่ปุ่นจำนวนมาก พบว่ามีสารสำคัญที่เรียกว่าสารกลุ่มจิปพีโนไซด์ ซึ่งเป็นารประเภทไตรเทอร์พีนซาโพนินที่มีสูตรโครงสร้างคล้ายสารกลุ่มจิ นเซนโนไซด์ที่พบในโสม ทั้งๆที่พืชทั้ง ๒ ชนิดนี้ ไม่มีความสัมพันธ์กัน โดยสารจิบพีโนไซด์ที่พบในปัญจขันธ์มี ๘๒ ชนิดแต่ซาโปนินที่พบในโสมมีแค่ 28 ชนิด และอีก ๑๑ ชนิดมีสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกับจินเซนโนไซด์ มีรายงานการวิจัยในห้องปฏิบัติการในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง

สรุปผลจากการวิจัยคุณสมบัติของเจียวกู่หลาน หรือ ปัญจขันธ์

จาก การวิจัยคุณสมบัติของเจียวกู่หลาน หรือ ปัญจขันธ์ โดย Gulyang Medical College แห่งประเทศจีน ซึ่งมี Dr.Jia luilui เป็นหัวหน้าคณะวิจัย ได้สรุปผลการรับประทานปัญจขันธ์ไว้ 5 ประการ

ช่วยลดความเครียดและ ช่วยให้นอนหลับง่ายเพียงแค่รับประทานให้มีค่า Gypenoside วันละ 60 mg พบว่า 95% สามารถนอนหลับดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์

สามารถกำจัดอนุมูล อิสระซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้เกิดการเสื่อมของเซลล์ โดยการบริโภคให้มีสาร Gypenoside เพียง 40 mg ต่อวัน จะทำให้ร่างกายสามารถสร้างสารต้านทานอนุมูลอิสระ (superoxide dismutase, SOD) ได้มากถึง 3 เท่าของที่เคยเป็น

เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่าง กายโดยควบคุมฮอร์โมนแห่งความเครียดซึ่งมักหลั่งออกมามากเมื่อร่างกายเราเกิด ความเครียด ซึ่งมีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง ติดเชื้อโรคได้ง่าย การบริโภคปัญจขันธ์ให้ได้สารดังกล่าวเพียง 240 mg ต่อวัน สามารถลดการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้ถึง 30% ทีเดียว

ลดความดันและ ลดไขมันหรือคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยรับประทานปัญจขันธ์ให้ได้รับสารดังกล่าว 300 mg ต่อวัน สามารถลดความดันโลหิตจาก 220/110 ลงเป็น 120/80 ได้ภายใน 2 สัปดาห์ และยังลดความเสี่ยงหลอดเลือดแดงอุดตันถึง 25%

นอกจากนี้จากการ ศึกษา ยังพบว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการเผาผลาญไขมันของร่างกายได้อย่าง สมบูรณ์ขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนัก และลดการเกิดโรคที่เกิดเนื่องจากไขมันและคอเรสเตอรอล

ลักษณะ : พืชเป็นพืชล้มลุกชนิดเถา เลื้อยขนานกับพื้นดิน รากงอกออกจากข้อเป็นประเภทแตงน้ำเต้า มีใบ 3-5 ใบ ด้านบน และด้านล่างใบมีขนอ่อนสีขาวปกคลุม เป็นพืชขึ้นตามธรรมชาติ ส่วนที่นำมาใช้คือส่วนเหนือดินของพืชที่มีอายุ 4-5 เดือน ขึ้นไป

 

ปัญจขันธ์ ชนิดแคปซูล

สรรพคุณ ช่วยรบายไขมันในเลือดและไขมันลอยตัวในอาหารช่วยขับถ่ายเมือกมันทำให้ถ่ายง่ายสดวก ขับถ่ายอุจจารแลสารพิษที่คกค้างในลำไส้ออกมา เมื่อของเสียและไขมนถูกขบถ่าย การลดน้ำหนักก็เป็นผลตามมา ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดความดนโลหิตสูง ทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้นอาการเวียนศรีษะ มึนงง ซึมเศร้า ร้อนๆหนาวๆเหมือนจะเป็นไข้ มือเท้าเย็น ชาตามปลายมือปลายเท้าจะทุเลาอย่างเห็นได้ชัด ปัญจขันธ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ช่วยการขับถ่ายและช่วยย่อยอาหาร ไม่ปวดมวนท้อง ทำให้คล่องตัวขึ้น ขนาดรับประทาน วันละ 2 แคปซูลก่อนนอน อาจเพิ่มหรือลด ตามธาตุหนัก-เบา 3วันแรกจะรู้สึกท้องโล่งเบาเนื้อเบาตัว หน้าตา ผิวคล้ำจะเริ่มผ่องใสหลัง 7 วัน น้ำหนักจะเริ่มลดลง ช้าหรือเร็วแล้วแต่การสะสมไขมันของแต่ละท่าน สำหรับผู้ที่อ้วนมาก ต้องการลดน้ำหนักเฉพาะ ให้รับประทานวันละ 2-3 เวลา ก่อนอาหารติดต่อกน 2-3 เดือน หลังจากนั้นให้ลดลงวันละ 1 ครั้ง ไม่ทำให้อ่อนเพลีย ไม่เบื่ออาหาร ควรรับประทานผัก-ผลไม้ ออกกำลังกายและทำจิตใจร่าเริงเสมอ

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001-. TARAD.com. All Rights Reserved.
//